เพลงยาวถวายโอวาทของสุนทรภู่ตอนหนึ่งที่ว่า “…อันความคิดวิทยาเหมือนอาวุธ ประเสริฐสุดซ่อนใส่เสียในฝัก
สงวนคมสมนึกใครฮึกฮัก จึงค่อยชักเชือดฟันให้บรรลัย…” แสดง ให้เห็นถึงความสำคัญของวิชาความรู้ต่าง ๆ
ที่มีประโยชน์ประดุจดังมีอาวุธคู่กายไว้ใช้รักษาตัวรอดเมื่อคราวจำเป็น
วิชาความรู้ซึ่งเปรียบเหมือนอาวุธคู่กายนั้น หากผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจ
สามารถนำความรู้ในหลายสาขาวิชามาปรับใช้รวมกันได้ก็จะเป็นประโยชน์อย่าง ยิ่ง
ปัจจุบันจึงมีแนวคิดที่นำความรู้จากศาสตร์หลายสาขาวิชามาเชื่อมโยงกันเพื่อ
ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างรอบด้าน
และเห็นความสัมพันธ์ของเรื่องที่เรียนกับชีวิตจริง เป็นการผสมผสานเนื้อหาสาระความรู้ระหว่างสาขาวิชาต่างๆ
มาเชื่อมโยงให้สอดคล้องกันอย่างเป็นระบบและเรียงลำดับเพื่อจัดการเรียนรู้
โดยยึดสาขาใดสาขาหนึ่งเป็นหลักและออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้
เพื่อให้ผู้เรียนคิดเป็นระบบที่เชื่อมโยงและเป็นองค์รวม
ซึ่งพจนานุกรมศัพท์ศึกษาศาสตร์ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ได้อธิบายไว้ดังนี้
หลักสูตรบูรณาการ (integrated curriculum) หมาย
ถึง หลักสูตรที่นำสาระจากศาสตร์สาขาวิชาต่างๆ ที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกัน
หรือไม่เกี่ยวข้องกันก็ได้
มาผสมผสานหลอมรวมกันเพื่อให้เกิดเป็นองค์รวมหรือเรื่องที่มีความสมบูรณ์ใน ตัวเอง
สาระที่นำมาบูรณาการมีหลายประเภท เช่น เนื้อหา มโนทัศน์ คุณธรรม กระบวนการ
กิจกรรมการเรียนรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น
ซึ่งต้องจัดกระบวนการเรียนการสอนแบบบูรณาการด้วย หลักสูตรบูรณาการที่นิยมจัดทำมี ๔ ลักษณะ คือ ๑) บูรณาการภายในสาขาวิชา (intradisciplinary
integration) เป็นการผสมผสานเนื้อหาสาระต่างๆ
ที่อยู่ในสาขาวิชาเดียวกัน เช่น บูรณาการทักษะการพูด ฟัง อ่าน และเขียน
ในวิชาภาษาไทย ๒) บูรณาการระหว่างสาขาวิชา (interdisciplinary
integration) เป็นการผสมผสานเนื้อหาสาระระหว่าง ๒ สาขาวิชา
โดยยึดสาขาใดสาขาหนึ่งเป็นแกนหลัก เช่น
บูรณาการระหว่างสาระทางวิทยาศาสตร์กับสาระทางสังคมศาสตร์ ๓) บูรณาการแบบพหุสาขาวิชา (multidisciplinary integration) เป็นการผสมผสานเนื้อหาสาระตั้งแต่ ๒ สาขาวิชาขึ้นไป
โดยยึดสาขาใดสาขาหนึ่งเป็นแกนหลัก และ ๔)
บูรณาการแบบข้ามสาขาวิชา (transdisciplinary integration) เป็นการผสมผสานเนื้อหาหลายสาขาวิชาเข้าด้วยกัน
และหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว โดยไม่ยึดสาขาวิชาใดเป็นแกน.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น