ความหมายของการวัดผลแบบอิงเกณฑ์และอิงกลุ่ม
บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์ (2535
: 29) ให้ความหมายว่า โดยทั่วไป คือการแปลผลของ
ค่าตัวเลขหรือคะแนนที่ได้จากการวัด ถ้าแปลความหมายโดยการเปรียบเทียบกับเกณฑ์ ที่กำหนดใน
ลักษณะที่บอกว่านักเรียนรู้อะไรบ้าง เรียกว่า อิงเกณฑ์ แต่ถ้าแปลความหมายของตัวเลขหรือคะแนนนั้น โดยนำไปเปรียบเทียบกับกลุ่มนักเรียนที่สอบด้วยกัน เรียกว่า อิงกลุ่ม
ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ (2523 : 9) กล่าวว่า การนำผลจากการสอบของ
นักเรียนแต่ละคนไปเทียบกับเกณฑ์ในจุดมุ่งหมายของการสอนว่า นักเรียนผ่านจุดมุ่งหมายของการสอน
แล้วหรือยัง เรียกว่าการวัดผลอิงเกณฑ์
ยรรยง ยรรยงเมธ (2540 : 6) ได้ให้ความหมายไว้คล้ายกัน คือ ถ้าเราแปลความหมาย
คะแนน ของนักเรียนแต่ละคน โดยเปรียบเทียบคะแนนของเขากับคะแนนของเพื่อน ๆ เป็นการวัดแบบอิงกลุ่ม ถ้าเราแปลความหมายของคะแนนกับเกณฑ์มาตรฐานเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นการวัดแบบ อิงเกณฑ์
ค่าตัวเลขหรือคะแนนที่ได้จากการวัด ถ้าแปลความหมายโดยการเปรียบเทียบกับเกณฑ์ ที่กำหนดใน
ลักษณะที่บอกว่านักเรียนรู้อะไรบ้าง เรียกว่า อิงเกณฑ์ แต่ถ้าแปลความหมายของตัวเลขหรือคะแนนนั้น โดยนำไปเปรียบเทียบกับกลุ่มนักเรียนที่สอบด้วยกัน เรียกว่า อิงกลุ่ม
ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ (2523 : 9) กล่าวว่า การนำผลจากการสอบของ
นักเรียนแต่ละคนไปเทียบกับเกณฑ์ในจุดมุ่งหมายของการสอนว่า นักเรียนผ่านจุดมุ่งหมายของการสอน
แล้วหรือยัง เรียกว่าการวัดผลอิงเกณฑ์
ยรรยง ยรรยงเมธ (2540 : 6) ได้ให้ความหมายไว้คล้ายกัน คือ ถ้าเราแปลความหมาย
คะแนน ของนักเรียนแต่ละคน โดยเปรียบเทียบคะแนนของเขากับคะแนนของเพื่อน ๆ เป็นการวัดแบบอิงกลุ่ม ถ้าเราแปลความหมายของคะแนนกับเกณฑ์มาตรฐานเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นการวัดแบบ อิงเกณฑ์
กลอน์ลันด์ (Gronlund 1978 : 18) ได้อธิบายว่า
เรามีวิธีแปลผลหรือตัดสินความสามารถ
ของ นักเรียนได้ 2 อย่าง คือ
1. ตัดสินแบบอิงเกณฑ์ คือตัดสินว่านักเรียนแต่ละคนมีความรู้ความสามารถเท่าใดโดย
เทียบกับเกณฑ์ที่ตั้งไว้
2. ตัดสินแบบอิงกลุ่ม คือ ตัดสินว่า ความรู้ความสามารถของนักเรียนแต่ละคนนั้น เมื่อ
เปรียบเทียบกับเพื่อน ๆ แล้ว เขาได้ระดับใด การเปรียบเทียบนั้นอาจเปรียบเทียบได้หลาย ๆ กลุ่ม เช่น กลุ่มระดับโรงเรียน จังหวัด หรือระดับประเทศ
ของ นักเรียนได้ 2 อย่าง คือ
1. ตัดสินแบบอิงเกณฑ์ คือตัดสินว่านักเรียนแต่ละคนมีความรู้ความสามารถเท่าใดโดย
เทียบกับเกณฑ์ที่ตั้งไว้
2. ตัดสินแบบอิงกลุ่ม คือ ตัดสินว่า ความรู้ความสามารถของนักเรียนแต่ละคนนั้น เมื่อ
เปรียบเทียบกับเพื่อน ๆ แล้ว เขาได้ระดับใด การเปรียบเทียบนั้นอาจเปรียบเทียบได้หลาย ๆ กลุ่ม เช่น กลุ่มระดับโรงเรียน จังหวัด หรือระดับประเทศ
สรุปได้ว่า ลักษณะของการวัดผลทั้งสองแบบนี้ คือการใช้เพื่ออธิบายการแปลความ
หมาย
ของคะแนนสอบสองชนิด คือ คะแนนที่แปลความหมายในเชิงสัมพันธ์กับกลุ่ม เป็นการวัดแบบอิงกลุ่ม
แต่ถ้าแปลความหมายบนพื้นฐานของเกณฑ์ เช่น นักเรียนมีความรู้ในเรื่องนั้นหรือไม่ หรือนักเรียน
สามารถทำอะไรได้บ้าง เป็นการวัดแบบอิงเกณฑ์
ของคะแนนสอบสองชนิด คือ คะแนนที่แปลความหมายในเชิงสัมพันธ์กับกลุ่ม เป็นการวัดแบบอิงกลุ่ม
แต่ถ้าแปลความหมายบนพื้นฐานของเกณฑ์ เช่น นักเรียนมีความรู้ในเรื่องนั้นหรือไม่ หรือนักเรียน
สามารถทำอะไรได้บ้าง เป็นการวัดแบบอิงเกณฑ์
2.การวัดผลแบบอิงกลุ่ม (เยาวดี
วิบูลย์ศรี 2540 : 30-32)
แบบสอบอิงกลุ่มเป็นแบบสอบที่สร้างขึ้น เพื่อวัดความสามารถของบุคคลโดยประเมินด้านความ
สัมพันธ์ ด้วยการเปรียบเทียบกับความสามารถของคนอื่นๆ ซึ่งอาจจะเป็นกลุ่มภายใน เช่น กลุ่มนักเรียน
ชั้นเดียวกันหรือกลุ่มภายนอก เช่น กลุ่มปกติวิสัยของแบบสอบมาตรฐาน เป็นต้น ดังนั้นกรอบของการวัด
ผลแบบอิงกลุ่ม จะเน้นความสามารถในลักษณะเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ถูกวัดในเรื่องเดียวกันว่ามีมาตร
ฐานอยู่ในระดับใดของกลุ่ม เช่น มีความสามารถเหนือกว่าเกณฑ์เฉลี่ยของกลุ่มหรือต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ย
ของกลุ่ม ตลอดจนสังเกตความสามารถของแต่ละบุคคลในลักษณะที่ว่า เบี่ยงเบนไปจากกลุ่มมากน้อย
เพียงใด
สัมพันธ์ ด้วยการเปรียบเทียบกับความสามารถของคนอื่นๆ ซึ่งอาจจะเป็นกลุ่มภายใน เช่น กลุ่มนักเรียน
ชั้นเดียวกันหรือกลุ่มภายนอก เช่น กลุ่มปกติวิสัยของแบบสอบมาตรฐาน เป็นต้น ดังนั้นกรอบของการวัด
ผลแบบอิงกลุ่ม จะเน้นความสามารถในลักษณะเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ถูกวัดในเรื่องเดียวกันว่ามีมาตร
ฐานอยู่ในระดับใดของกลุ่ม เช่น มีความสามารถเหนือกว่าเกณฑ์เฉลี่ยของกลุ่มหรือต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ย
ของกลุ่ม ตลอดจนสังเกตความสามารถของแต่ละบุคคลในลักษณะที่ว่า เบี่ยงเบนไปจากกลุ่มมากน้อย
เพียงใด
ในทางปฏิบัตินั้น ตำแหน่งความสามารถของบุคคลในกลุ่มจากการทดสอบแต่ละครั้งมักจะทราบ
โดยการนับจำนวนข้อกระทงที่ผู้สอบตอบถูก แล้วแปลงเป็นคะแนนในรูปของเปอร์เซนต์ไทล์ เพื่อแสดง
ให้ทราบถึงตำแหน่งของคะแนนที่ได้เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มปกติวิสัย หรือมักจะแปลงเป็นคะแนนมาตร
ฐาน ตลอดจนแปลงเป็นอันดับคะแนน จากการกระจายคะแนนของกลุ่มในลักษณะรูปโค้งปกติ ทั้งนี้
เพราะแบบสอบแบบอิงกลุ่มนั้นได้พยากรณ์ตามข้อตกลงว่า การกระจายของคุณลักษณะใด ๆที่นำมาวัด
นั้นจะมีลักษณะคล้ายคลึงกับโค้งปกติ
คะแนนที่ได้จากแบบทดสอบแบบอิงกลุ่ม จะถูกประเมินจากผลของความสัมพันธ์กับคะแนนที่
ได้จากผลการสอบของกลุ่มอ้างอิงหรือกลุ่มปกติวิสัย จึงเป็นการยากที่จะตีความหมายของคะแนนดิบ จาก
การทดสอบในลักษณะของความรู้หรือทักษะของผู้สอบได้อย่างถูกต้อง เพราะผลลัพธ์ของการเรียนรู้จาก
แบบสอบอิงกลุ่มโดยทั่วไป มิได้กำหนดเป็นการกระทำที่เฉพาะเจาะจงอย่างชัดเจนไว้ก่อนการสร้างแบบ
ทดสอบด้วยข้อจำกัดนี้จึงเห็นได้ว่า คะแนนจากการทดสอบด้วยแบบสอบมาตรฐานที่เป็นแบบสอบประ
เภทอิงกลุ่มนั้นจะมีความหมายก็ต่อเมื่อมีการเปรียบเทียบกับคะแนนของกลุ่มที่มีความสามารถในระดับ
เดียวกัน จึงเห็นได้ว่า แบบสอบมาตรฐานประเภทอิงกลุ่มโดยทั่วไปจะต้องมีตารางปกติวิสัย (Norm Table) แสดงไว้ เพื่อนำไปใช้ในการตีความหมายของผลการสอบแต่ละครั้ง
โดยการนับจำนวนข้อกระทงที่ผู้สอบตอบถูก แล้วแปลงเป็นคะแนนในรูปของเปอร์เซนต์ไทล์ เพื่อแสดง
ให้ทราบถึงตำแหน่งของคะแนนที่ได้เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มปกติวิสัย หรือมักจะแปลงเป็นคะแนนมาตร
ฐาน ตลอดจนแปลงเป็นอันดับคะแนน จากการกระจายคะแนนของกลุ่มในลักษณะรูปโค้งปกติ ทั้งนี้
เพราะแบบสอบแบบอิงกลุ่มนั้นได้พยากรณ์ตามข้อตกลงว่า การกระจายของคุณลักษณะใด ๆที่นำมาวัด
นั้นจะมีลักษณะคล้ายคลึงกับโค้งปกติ
คะแนนที่ได้จากแบบทดสอบแบบอิงกลุ่ม จะถูกประเมินจากผลของความสัมพันธ์กับคะแนนที่
ได้จากผลการสอบของกลุ่มอ้างอิงหรือกลุ่มปกติวิสัย จึงเป็นการยากที่จะตีความหมายของคะแนนดิบ จาก
การทดสอบในลักษณะของความรู้หรือทักษะของผู้สอบได้อย่างถูกต้อง เพราะผลลัพธ์ของการเรียนรู้จาก
แบบสอบอิงกลุ่มโดยทั่วไป มิได้กำหนดเป็นการกระทำที่เฉพาะเจาะจงอย่างชัดเจนไว้ก่อนการสร้างแบบ
ทดสอบด้วยข้อจำกัดนี้จึงเห็นได้ว่า คะแนนจากการทดสอบด้วยแบบสอบมาตรฐานที่เป็นแบบสอบประ
เภทอิงกลุ่มนั้นจะมีความหมายก็ต่อเมื่อมีการเปรียบเทียบกับคะแนนของกลุ่มที่มีความสามารถในระดับ
เดียวกัน จึงเห็นได้ว่า แบบสอบมาตรฐานประเภทอิงกลุ่มโดยทั่วไปจะต้องมีตารางปกติวิสัย (Norm Table) แสดงไว้ เพื่อนำไปใช้ในการตีความหมายของผลการสอบแต่ละครั้ง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น